1.สุรา คือ ยาพิษ ควรเติม น้ำแข็ง กับ โซดา
สักนิดเพื่อลดพิษสุรา”
2.คืนวันเสาร์ของคนโสด อยู่ในโหมดซดเหล้ากะเพื่อน
3.เมาอะไรก็หายได้ดังว่า แต่เมารักอย่าให้หนักอุรา
4.มีคนบอกว่า การดื่มก็เหมือนการฆ่าตัวตายอย่างช้าๆ …ไม่เป็นไร
ผมไม่รีบอยู่แล้ว
5.คนเมาไม่ได้พูดไม่คิด เขาคิดแต่ไม่เคยพูด
6.แอลกอฮอล์ใช้ใส่แผลสด ใส่แก้วซดเพื่อล้างแผลในหัวใจ
7.เมื่อไม่มีคำว่าเรา ก็จะเหลือแต่คำว่าเศร้า
แล้วเหล้าก็จะตามมา
8.ได้กินเหล้ากับสหายหลายคนนัก ต่างก็เป็นมิตรรักนานนักหนา
ตั้งแต่วันที่พวกเราคบกันมา ไม่มีเลยสักคราจะไม่เมา
9.เลิกเจ้าชู้ เลิกเมา เลิกเอา เลิกได้ก็บ้าแล้ว
10.เมาเหล้าเสียหลัก เมารักเสียคน
11.เจือจางเหล้าต้องใช้โซดา เจือจางน้ำตาต้องใช้คนที่เห็นคุณค่าของเรา
12.ไม่ได้เป็นคนขี้เมา แต่ที่เห็นนั่งร้านเหล้า
ก็แค่ชอบฟังเพลงเท่านั้นเอง
13.กินเหล้ากับคนรู้ใจ หมื่นจอกก็ไม่เมามาย
14.ผู้หญิงหลายคนที่กินเหล้า ก็แค่หวังเมา
ไม่ได้หวังจะไปเอากับใคร
15.เมา..มันไม่ได้ทำให้กูมีความสุข
แต่มันทำให้กูระบายความในใจ โดยไม่ต้องสนใจคนรอบข้าง
16.เบียร์หนึ่งลังมี 24 กระป๋อง วันหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง
มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ เลย
17.กินเหล้าแล้วเมา ไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อสุรา
เรียนดีมีการศึกษา ไม่ได้อยู่ที่ชื่อมหาลัย
18.ที่ผมดื่มสุรา ก็แค่อยากมีน้ำตาในเวลาที่เสียใจ
เหมือนใครเค้าบ้าง
19.อาจจะเมา อาจจะมั่ว แต่ก็ไม่ได้รั่ว และไม่ได้ร่าน
20.อย่าคิดถึงกันเวลาเมา อย่าได้เอากันตอนเหงี่ยน
เพราะตัวเทอจะเกษียนการใช้งานไว
21.เหล้า..กินเข้าที่ปาก แต่เสือกสร้างความลำบากให้ที่ขา
22.เหล้าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าแดกฟรี
คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันนะ
23.แสงโสม มันทำให้คนกลายเป็นผี แต่แสงสี
มันทำให้ผีกลายเป็นคน
24.ทุกครั้งที่กูเหงา ก็มีแต่เหล้าที่อยู่ข้างๆ
เมื่อไหร่จะมีใครบ้างที่เข้าใจกู
25.เข้าฤดูหนาวหนุ่มสาวเริ่มจับคู่
แต่ฉันยังหดหู่ไร้เนื้อคู่ให้จับอย่างเขา
26.เหล้าไม่ใช่คำตอบ แต่มันทำให้ลืมคำถาม
27.นอกจากเธอที่รัก ก็มีแต่เหล้านี่แหล่ะ
ที่รู้ใจเราได้ดีที่สุด
28.เป็นคนอกหักกินเหล้าผสมน้ำตา ดีกว่าทนเป็นควายกินหญ้าตลอดไป
29.ตอนเมาทำอะไรก็ไม่คิด หายเมากับนั่งคิด ทำไปทำไม
..................................................
หนุ่มนายหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาในร้านตัดผมแล้วถาม
“ จะตัดผมต้องรอคิวอีก นานเท่าไหร่ครับ ”
ช่างตัดผมคนเดียวในร้านกวาดสายตาไปที่คนที่นั่งรออยู่แล้วบอก
“ อีกสักสองชั่วโมงครับ ”
ไอ้หนุ่มเดินออกจากร้านไปทันที
สองสามวันถัดมาไอ้หนุ่มกลับมาใหม่อีก
“ ต้องรอคิวนานเท่าไหร่ครับ ” เขาถาม
เช่นเดิม “ สองชั่วโมงครับ ” เป็นคำตอบจากช่าง
ซึ่งก็ทำให้ไอ้หนุ่มออกไปทันทีเหมือนเดิม
สัปดาห์ต่อมา ไอ้หนุ่มคนเดิมก็กลับมาอีก
“
ต้องรอนานเท่าไหร่ครับ ” เขาถามคำถามคุ้นหู
“ สักชั่วโมงครึ่งครับ ” คราวนี้คนน้อยหน่อย
ทันทีที่ไอ้หนุ่มเดินออกจากร้านอย่างที่ทำมาทุกครั้งช่างตัดผมที่สงสัยในพฤติกรรมของลูกค้ารายนี้มากก็บอกให้เพื่อนตามไปดูทีว่าเขาไปไหน
ยี่สิบนาทีต่อมาเพื่อนตัวแสบหัวร่องอหายเดินเข้ามาในร้าน
“
มีอะไรตลกนักวะ ไอ้หมอนั่นไปไหนหรือวะ ” ช่างตัดผมถาม
“ ฟังให้ดีนะโว้ย ” เพื่อนตอบ
“ ที่แท้มันเดินไปหาเมียเอ็งที่บ้านของเอ็งว่ะ!!!
”
ช่างตัดผม.:
????????
................................
มีโรงเรียนในชนบทแห่งหนึ่งวันนี้ห้อง ป. 3 ทั้งชั้นมีนักเรียน 30
คน มาสายทั้ง 30 คน
คุณครูสาวประจำชั้นก็เลยถามเหตุที่มาสายทีละคน
คนแรก ตอบว่าบ้านผมไกล ต้องขี่ควายมาครับ
แต่เมื่อวานควายไม่สบาย..วันนี้ผมขี่มันมา มันเลยมาตายกลางทางครับ
ผมจึงต้องเดินมาเลยมาสายครับ
ปรากฎว่านักเรียนอีกยี่สิบกว่าคนตอบเหมือนคนแรกกันหมดเลย
เหลือแต่ ดช.หมี คนสุดท้ายกำลังจะให้คำตอบ
ครูสาวประจำชั้นก็เลยพูดขึ้นมาว่า “คงไม่ต้องตอบแล้วล่ะ
ครูรู้แล้วว่าเธอจะต้องตอบเหมือนกัน”
ดช.หมี พูดขึ้นว่า:"
ป่าวนะครับ ควายผมไม่ตายหรอก แต่ที่ผมมาสายเพราะต้องขี่ควาย
หลบซ้ายทีขวาที เพราะศพควายตั้ง 29 ตัวมันขวางทางครับ "
……………………………….
สมชายต้องการเอาใจแกมกระเซ้าสมศรีภรรยาด้วยการซื้อเค้กวันเกิดครบรอบปีที่
35
เมื่อไปถึงร้านขนมเค้กชื่อดังก็สั่งให้จัดเค้กขนาดสามปอนด์พร้อมให้เขียนคำอวยพรลงบนหน้าเค้ก
สมชาย: ช่วยเขียนคำว่า “ เธอแก่แล้วนะ ” และคำว่า
“ แต่ก็วิเศษมาก ”
พนักงานขาย: พี่จะให้จัดตัวเขียนยังไงคะ
สมชาย: ช่วยเขียนคำว่า “ เธอแก่แล้วนะ ” ตรงข้างบน
แล้วก็ “
แต่ก็วิเศษมาก ” ตรงข้างล่าง
เมื่อถึงวันเกิดของภรรยาสุดที่รัก
สมชายก็จัดการเอาขนมเค้กที่เตรียมไว้ส่งให้ทันที
เมื่อสมศรเปิดกล่องเค้กท่ามกลางบรรดาแขกไฮโซฯ ไฮซ้อฯ ที่มางานทั้งหลาย
ก็เกิดอาการหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ระคนความอายทำให้สมชายเกิดความ.งง.เป็นอันมาก จึงได้มองดูที่เค้กซึ่งีคำอวยพรของตนเขียนไว้ว่า
“ เธอแก่แล้วนะ ตรงข้างบน ”
“ แต่ก็วิเศษมาก ตรงข้างล่าง ”
…………………………………..
ในงานแสดงศิลปะแห่งหนึ่ง สองสาวกำลังสงสัยรูปภาพที่อยู่เบื้องหน้า
ซึ่งเป็นรูปชายผิวดำสามคนเปลือยกาย นั่งบนม้านั่ง
ที่แปลกประหลาดคือ..ชายสองคนที่นั่งด้านข้างมีจู๋ดำเหมือนผิว
แต่คนนั่งกลาง กลับมีจู๋สีชมพู ภาพนี้มีชื่อว่า
"กลับไปกินข้าวกลางวันที่บ้าน"
ศิลปินผู้วาดภาพเดินมาที่สองสาว
"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ" เขาถาม
"ค่ะ" สาวหนึ่งตอบ "เรากำลังสงสัยว่า ชายผิวดำในภาพทั้งสาม
ทำไมคนกลางจึงมีเอ่อ...ตรงนั้นไม่เป็นสีดำคะ"
"อ๋อ" ศิลปินตอบทันที "ผมคิดว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วครับ
ชายทั้งสาม
ไม่ใช่คนผิวดำหรอกครับ..พวกเขาเป็นคนงานเหมืองถ่านหิน แต่คนกลางเป็นคนเดียว
ที่กลับไปกินข้าวกลางวันที่บ้าน"
………………………………
No comments:
Post a Comment